ความจริงเบื้องหลังประสบการณ์
คุณเคยขี่ช้าง ให้อาหาร ถ่ายรูป หรืออาบน้ำกับช้างไหม?
สิ่งที่ดูเหมือนเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับเรา อาจมีบางอย่างที่เราไม่เคยเห็นอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้ช้างอยู่ใกล้ชิดและทำตามคำสั่งของมนุษย์ได้
ช้างมักต้องผ่านการฝึกให้ “เชื่อฟัง” ก่อน หลายตัวถูกแยกจากแม่ตั้งแต่อายุยังน้อย และเผชิญกับกระบวนการที่กดทับพฤติกรรมตามธรรมชาติ
กระบวนการนี้ถูกเรียกว่า “ผ่าจ้าน” ซึ่งก็คือการทำให้ช้างยอมจำนน จนไม่ต่อต้านอีกต่อไป
สิ่งที่เกิดขึ้นในกระบวนการนี้ เช่น
- การแยกลูกช้างออกจากแม่
- การกักขังให้อยู่ลำพัง
- การจำกัดอาหาร
- การผูกมัดและจำกัดการเคลื่อนไหว
- การสร้างความกดดันทั้งร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง
- การใช้เครื่องมือกับจุดที่บอบบางของร่างกาย
ซึ่งเป้าหมายคือ ทำให้ช้างเชื่อฟังมนุษย์ไปตลอดชีวิต
ดังนั้น เวลาที่เราเห็นนักท่องเที่ยวขี่ช้าง เล่นน้ำกับช้าง หรือการแสดงโชว์ของช้าง นั่น... อาจเป็นเวลาช่วงที่ยากที่สุดของช้างเหล่านี้
เพราะชีวิตของช้างจำนวนมากยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม เช่น
- ถูกล่ามโซ่ ทำให้เดินได้เพียงไม่กี่ก้าว
- ต้องรอคอยเพื่อแสดงหรือถ่ายรูปเป็นเวลานาน
- แทบไม่มีโอกาสใช้ชีวิตกับช้างตัวอื่นตามธรรมชาติ
- ต้องทำงานหนักเกินกว่าร่างกายจะรับไหว
ช่วงเวลาของเราอาจยาวเพียงแค่ไม่กี่นาที แต่สำหรับช้าง … ผลกระทบอาจอยู่กับช้างเหล่านี้ไปตลอดชีวิต
หลายคนอาจไม่เคยรู้ความจริงเบื้องหลังเหล่านี้มาก่อนแต่เมื่อเรารู้แล้ว คำถามคือ—เราจะเลือกทำอะไรต่อจากนี้?
ระบบที่อยู่เบื้องหลังช้างในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ในประเทศไทย วิธีที่ช้างถูกปฏิบัติ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายที่กำหนดสถานะของช้างด้วย
ช้างที่อยู่ภายใต้การครอบครองของมนุษย์ ไม่ได้ถูกคุ้มครองในฐานะ “สัตว์ป่า” แต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สัตวพาหนะ” ซึ่งทำให้ช้างถูกมองเป็นสัตว์ใช้งาน มากกว่าสัตว์ป่าที่ควรได้รับการคุ้มครอง ความแตกต่างนี้ส่งผลโดยตรงต่อหลายด้าน เช่น
- วิธีดูแลและการจัดการ
- ระดับการคุ้มครองตามกฎหมาย
- มาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์
ขณะเดียวกัน กฎหมายบางส่วนที่ล้าสมัย ยังอาจเปิดช่องให้เกิดการเอาเปรียบหรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมได้
สิ่งนี้นำไปสู่คำถามสำคัญว่า “ทำไมช้างจึงถูกปฏิบัติต่างกันทั้งที่เป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน?”
นี่คือปัญหาใหญ่ที่หลายคนอาจมองข้าม ระบบที่ไม่เพียงปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้น แต่ยังเอื้อให้ดำเนินต่อไป
หากเราอยากเห็นอนาคตที่ดีกว่านี้สำหรับช้าง
ก็ถึงเวลาแล้วที่ทั้งระบบควรถูกทบทวนและเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง
ทำไมเราถึงออกมาพูด
ช้างจำนวนมากที่อยู่กับมนุษย์ อาจไม่มีโอกาสได้กลับไปใช้ชีวิตในธรรมชาติ หลังจากใช้ชีวิตภายใต้การควบคุมมานาน พวกเขาจึงต้องพึ่งพามนุษย์เพื่อความอยู่รอด
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินงานในประเทศไทย เราเชื่อว่าเรามีหน้าที่ต้องออกมาพูดและยืนหยัดเพื่อช้างไทย เพราะสัตว์ป่า คือส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่ควรได้รับการปกป้อง ไม่ใช่ถูกเอาเปรียบ
ช้างไม่ใช่ “เครื่องมือเพื่อสร้างความบันเทิง” แต่คือสัตว์ป่าที่ควรได้รับการเคารพ
นี่คือเหตุผลที่ LUSH สร้างผลิตภัณฑ์ Asian Elephant Shower Jelly เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนัก และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
มีการผลิตทั้งหมด 3,800 ชิ้น เพื่อสะท้อนจำนวนช้างโดยประมาณที่ยังอยู่ในสถานภาพ “ช้างเลี้ยง” ในประเทศไทย และ 75% ของราคาขาย (หลังหักภาษี) จะนำไปสนับสนุน World Animal Protection Thailand ในการทำงานเพื่อขับเคลื่อนการยกระดับสวัสดิภาพช้างในประเทศไทยอย่างรอบด้าน
เราอยากเห็นอนาคตที่ช้างได้รับการปกป้อง ไม่ใช่ถูกใช้งาน
ภายใต้ความเชื่อว่า “Wild life is a LUSH life” เรามองว่าสัตว์ทุกชนิดควรมีอิสระในการใช้ชีวิตตามธรรมชาติของตัวเองแม้ว่าช้างเหล่านี้อาจไม่สามารถกลับสู่ป่าได้
แต่พวกเขายังคงเป็น “สัตว์ป่า” ที่ควรได้รับการดูแลและปกป้องอย่างเหมาะสม
เพราะชีวิตตามธรรมชาติคือสิ่งที่ช้างทุกตัวสมควรได้รับ